ปลอดภัยไว้ก่อน

คุณสามารถค้นหาข้อมูลสำหรับดูแลสุขภาพทางเพศของคุณเองและคนที่คุณมีเซ็กด้วย

ไม่ว่าคุณจะเป็นรุก รับ หรือโบท ต้องใช้ถุงยางอย่างถูกวิธีร่วมกับเจลหล่อลื่นชนิดน้ำเพื่อป้องกันตัวคุณจากเอชไอวี ถุงยางอนามัยเป็นเกราะกั้นไม่ให้เชื้อไอวีที่อยู่ในสารคัดหลั่งของคนที่มีเชื้อ (น้ำอสุจิ หรือเมือกในทวารหนัก) เข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุในทวารหนัก หนังหุ้มปลาย ท่อปัสสาวะ และบริเวณหัวอวัยวะเพศ

ขั้นที่ 1: ใส่ถุงยางตอนจู๋แข็งเต็มที่ ใช้มือค่อยๆฉีกถุงยางออกจากซอง ห้ามใช้ฟันฉีกเพราะอาจพลาดทำให้ถุงยางรั่วหรือฉีกขาดได้ ใช้นิ้วบีบปลายถุงยางเพื่อไล่อากาศแล้วสวมลงตรงหัว การรูดถุงยางจนสุดแล้วใส่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเพราะอาจทำให้ถุงยางฉีกขาด

ขั้นที่ 2: ค่อยๆรูดถุงยางลงจนถึงโคน การรูดให้ชิดโคนให้มากที่สุดช่วยให้ถุงยางไม่หลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นทาเจลหล่อลื่นชนิดน้ำให้ทั่วถุงยาง และอย่าลืมลงเจลที่ตูดฝ่ายรับให้ชุ่มด้วย

ขั้นที่ 3: เชคความเรียบร้อยถุงยางเป็นระยะระหว่างมีเซ็ก ดูให้แน่ใจว่าไม่หลุด ไม่รั่ว ไม่ขาด ถ้าเอานานควรเพิ่มเจลบ่อยๆ เวลาเอาจู๋ออกให้กำรอบโคนเพื่อให้ถุงยางออกมาพร้อมกัน และต้องเอาออกตอนจู๋ยังไม่อ่อน

ประสิทธิภาพในการป้องกันของถุงยางลดลง เมื่อ:

  • ใส่ไม่ถูกวิธี
  • รูดถุงยางจนสุดแล้วใส่
  • ใช้ของเหลวที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ครีม โลชั่น หรือแชมพู เป็นสารหล่อลื่นขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ใช้สารหล่อลื่นน้อยเกินไป
  • ใช้สารหล่อลื่นในบริเวณที่ไม่ควรใช้ เช่น ทารอบจู๋ก่อนใส่ถุงยาง ไม่ทาสารหล่อลื่นบริเวณรอบๆและด้านในรูตูด
  • มีเซ็กนานและไม่เปลี่ยนถุงยาง
  • ใช้ถุงยางหมดอายุ (อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุบนซองถุงยางก่อนใช้ทุกครั้ง)
  • ใช้ถุงยางผิดขนาด

คลินิกที่ให้บริการตรวจเอชไอวีส่วนใหญ่จะมีถุงยางแจกฟรีให้ผู้เข้ารับบริการ หรือสามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต (บิ๊กซี, ท้อปส์) ร้านขายยา

คำถามเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย (คลิ๊กที่คำถามเพื่ออ่านคำตอบ)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการติดเชื้อที่เกิดจากเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน หรือเกิดจากสัมผัสร่างกายแบบใกล้ชิดขณะมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งไม่แสดงอาการ หากสงสัยว่าอาจได้รับเชื้อมา ต้องเข้ารับการตรวจที่คลินิกจึงจะทราบแน่ชัดว่าเป็นเชื้อชนิดใด โดยทั่วไปในเพศชายมักมีอาการต่อไปนี้:

  1. มีน้ำเหลืองหรือหนองออกมาจากปลายอวัยเพศหรือทวารหนัก
  2. ปวดหรือแสบเวลาปัสสาวะ
  3. คัน ปวดระบม หรือบวมแดงบริเวณรอบองคชาติหรือด้านในหนังหุ้ม ปลาย
  4. มีตุ่ม แผลเปื่อย หรือก้อนเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ

ขอย้ำอีกครั้งว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ หากสงสัยว่าได้รับเชื้อต้องไปตรวจเพื่อวางแผนการรักษา

สามารถตรวจพบการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและหนองใน

หากสงสัยว่าอาจได้รับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แม้ร่างกายจะยังแข็งแรงก็ควรเข้ารับการตรวจหากคิดว่าได้รับเชื้อมา และควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรู้ผลตรวจ
คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายชื่อคลินิกตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกรุงเทพมหานคร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่รักษาง่าย และใช้วิธีรักษาแตกต่างกันไปตามประเภทของเชื้อ เช่น ยาเม็ด โลชั่นยา หรือ การฉีดยาฆ่าเชื้อ พึงระลึกไว้เสมอว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต้องเข้ารับการรักษา ตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัดตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดกระบวน การรักษางดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่รับการรักษาเพราะอาจ เพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อตัวเดิมซ้ำหรือแพร่เชื้อให้กับคู่นอน

มีหลายวิธีที่สามารถลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ วิธีที่ง่ายและเป็นที่นิยมคือการใช้ถุงยางและสารหล่อลื่นชนิดน้ำ คลิ๊กที่นี่ วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

คำเตือน - เนื้อหาเกี่ยวกับยาเพร็พบนเวบไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปและไม่ใช่ข้อคิดเห็นทางการแพทย์ หากต้องการเริ่มยาเพร็พควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้ให้คำปรึกษาโดยตรง

ยาเพร็พ (PrEP) หรือยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ (Pre-Exposure Prophylaxis) เป็นรูปแบบใหม่ของการป้องกันการรับเชื้อเอชไอวีโดยการให้ยาต้านแก่ผู้ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในกรณีที่มีการสัมผัสเชื้อ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ

>

คลิ๊กเพื่อชมวิดีโอความรู้เรื่องยาเพร็พ

ยาเพร็พเป็นตัวเลือกในการป้องกันที่อาจไม่ได้เหมาะสำหรับทกคน ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มผู้ชาย ผู้หญิง และผู้หญิงข้ามเพศที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและสามารถกินยาทุกวันอย่างเคร่งครัด

คำถามต่อไปนี้ช่วยประเมิณว่าคุณเหมาะที่จะใช้ยาเพร็พหรือไม่

  • คุณใช้ถุงยางเป็นบางครั้งหรือไม่ใช้เลยเวลามีเพศสัมพันธ์หรือไม่?
  • คุณติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งใช่ไหม?
  • คุณกินยาเป๊ป (ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ) มากกว่า 1 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมาหรือไม่?
  • คุณไม่มีเอชไอวี และมีแฟนหรือคู่รักที่มีเอชไอวีใช่หรือไม่?
  • คุณตกลงกับแฟน/คนรักว่าจะมีความสัมพันธ์แบบเปิด หรือคุณเปลี่ยนคู่นอนบ่อยใช่หรือไม่?
  • คุณไม่รู้สถานะเอชไอวีของคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยใช่หรือไม่?
  • คุณมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มาจากเมืองหรือพื้นที่ที่มีผู้มีเชื้อเอชไอวีจำนวนมากใช่หรือไม่?

เราไม่ได้จ้องจับผิดว่าใครใช้หรือไม่ใช้ถุงยาง การตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ถุงยางเมื่อกินยาเพร็พแล้วขึ้นอยู่กับคุณและคู่ของคุณที่ควรร่วมกันตัดสินใจว่า “ต้อง” ใช้ถุงยางอยู่หรือไม่ ถุงยางอนามัยเป็นเครื่องมือป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ แต่ในทางปฏิบัติ การใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคนอาจทำได้ยาก ยาเพร็พจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ที่ในการป้องกันเอชไอวี

แม้ว่ายาเพร็พจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้แต่ก็ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส ถุงยางอนามัยยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ไม่จำเป็น หลายคนมีวิถีชีวิตทางเพศที่ทำให้เสี่ยงต่อเอชไอวีมากหรือน้อยไม่เท่ากัน การเลือกกินยาเพร็พในช่วง “ขาขึ้น” เช่น เทศกาลสงกรานต์ สามารถทำได้ ส่วนในช่วงอื่นๆที่ความเสี่ยงน้อยลงอาจเลือกใช้การป้องกันด้วยวิธีอื่น เป็นต้ เช่น หากคุณเริ่มกินยาเพร็พเพราะคุณเปลี่ยนคู่นอนบ่อยโดยที่ไม่รู้สถานะเอชไอวีของคู่นอน ต่อมาคุณเจอคนที่ใช่และตัดสินใจเริ่มความสัมพันธ์กับแฟนที่มีผลเลือดเป็นลบเช่นเดียวกับคุณ เมื่อความเสี่ยงลดลง ก็สามารถหยุดยาเพร็พได้

เมื่อเรากินยาเพร็พเข้าไป ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการออกฤทธิ์ป้องกันในร่างกาย ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกินยาเพร็พจนกระทั่งออกฤทธิ์ป้องกันควรเป็นเท่าใด ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยทั่วไปในกลุ่มเกย์/ชายรักชาย ยาเพร็พจะออกฤทธิ์ป้องกันบริเวณเนื้อเยื่อในช่องทวารหนักหลังจากที่กินยาครบและต่อเนื่องประมาณ 7 วัน

การยากของกินยาเพร็พคือต้องกินให้ครบและกินทุกวัน แต่เมื่อเรากินเป็นประจำไปสักช่วงหนึ่ง การกินยาเพร็พจะกลายเป็นเรื่องง่าย หากลืมกินยา 1 เม็ดในช่วงเวลาที่กำหนด ให้กินยาเม็ดนั้นทันทีที่นึกได้และกินในวันเดีวกัน หากคุณเลือกกินยาเพร็พตอนกลางคืนแล้วลืม สามารถนำยามากินพร้อมมื้อเช้าได้ อย่างไรก็ตาม ยาเพร็พต้องกินให้ครบและกินตรงเวลาทุกวัน ไม่ควรลืมกินยา/กินยาเกินเวลาที่กำหนด

การตั้งเวลากินยาเพร็พมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่กิน เช่น หากเลือกกินยาตอนเช้าหรือตอนเย็น อาจวางยาเพร็พไว้ใกล้ๆกับแปรงสีฟันที่เราต้องใช้เป็นประจำทุกวันเช้า-เย็น การตั้งเตือนเวลากินยาในโทรศัพท์มือถือก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

ระลึกไว้เสมอว่าหากกินยาไม่ตรงเวลา ยาก็ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ช่วงเริ่มกินยาอาจต้องใช้หลายวิถีช่วยเตือนให้กินยาตรงเวลาและเมื่อกินประจำจนเป็นกิจวัตร การกินยาให้ตรงเวลาจะเป็นเรื่องง่ายขึ้น หากคุณมีปัญหาในการกินยาให้ตรงเวลา ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือคนที่เคยกินยาเพร็พเพื่อขอคำแนะนำ

หากต้องการเริ่มกินยาเพร็พ คุณต้องเข้ารับการตรวจเอชไอวีและมีผลเลือดเป็นลบเท่านั้น หากคุณเริ่มกินยาเพร็พเมื่อมีเชื้อเอชไอวีในร่างกายแล้วจะทำให้ไวรัสดื้อยาและอาจส่งผลให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสยุ่งยากขึ้น

ในช่วงที่กินยาเพร็พอยู่ คุณควรตรวจเอชไอวีทุกๆ 3 เดือน เพื่อดูว่ายาเพร็พเป็นวิธีการป้องกันเอชไอวีที่เหมาะกับคุณหรือไม่

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะ 2-3 สัปดาห์หลังจากเริ่มกินยาเพร็พ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อยล้า เวียนหัว ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่พบได้ทั่วไปในผู้ที่เริ่มกินยาเพร็พ (start-up syndrome) และจะค่อยๆหายไปเอง

มีรายงานว่าอาสาสมัครหลายคนที่ร่วมการทดลองกินยาเพร็พมีความดันเลือดสูงขึ้นและอาจส่งผลต่อการทำงานของไต ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ผู้ที่กินยาเพร็พต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ พบว่าอาสาสมัครหลายคนในโครงการวิจัยยาเพร็พมีความหนาแน่นมวลกระดูกลดลงภายในเวลา 1 เดือนหลังจากเริ่มกินยาเพร็พ อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นมวลกระดูกเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ลุกลามในระยะยาวและไม่เพิ่มความเสี่ยงจากกระดูกร้าว

คนไทยและชาวต่างชาติสามารถรับยาเพร็พได้ที่คลินิกสุขภาพเกย์/ชายรักชายทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยผู้รับบริการเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเองในราคาไม่แพง คลิ๊กที่นี่ เพื่อค้นหาคลินิกยาเพร็พใกล้บ้านคุณ

คนไทยและชาวต่างชาติสามารถซื้อยาเพร็พได้ในราคาไม่แพง เริ่มตั้งแต่ 900 บาทต่อเดือน ค่าใช่จ่ายอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเริ่มกินยาเพร็พ ได้แก่ ค่าบริการตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และค่าบริการตรวจการทำงานของไต

คำเตือน - เนื้อหาเกี่ยวกับยาเพร็พบนเวบไซต์ TestBKK เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปและไม่ใช่ข้อคิดเห็นทางการแพทย์ หากต้องการเริ่มยาเพร็พควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้ให้คำปรึกษาโดยตรง

หากคุณเพิ่งมีความเสี่ยงมาและคิดว่าอาจได้รับเชื้อเอชไอวี รีบกินยาเป๊ปเพื่อลดโอกาสการติดเขื้อ- เสี่ยงปุ๊บ กินยาเป๊ป!

ยาเป๊ป (PEP) หรือยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ (Post Exposure Prophylaxis) คือสูตรยาต้านไวรัสเอชไอวีที่ต้องกินติดต่อกัน 4 สัปดาห์เพื่อลดโอกาสติดเชื้อเอชไอวี ยาเป๊ปมีผลข้างเคียงค่อนข้างมากแต่ก็ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อเอชไอวีได้

ยาเป๊ปจะทำงานได้มีประสิทธิภาพสุงสุด ถ้ารับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากสัมผัสเชื้อ ยาเป๊ปสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ถึง 80% ยิ่งคุณเริ่มใช้ยาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการป้องกันการติดเชื้อก็มีมากขึ้นเท่านั้น

คุณสามารถติดต่อขอรับยาเป๊ปจากคลินิคที่ร่วมกับ TestBKK หรือแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่างๆ

ห้าม?หรือทำได้? เมื่อไฮ-ฟัน

ใครๆก็ชอบปาร์ตี้ เพราะสนุก ได้ปลดปล่อย แถมยังได้เจอเพื่อนใหม่ๆ แต่อีกด้านของปาร์ตี้คือจุดรวมของความเสี่ยง โดยเฉพาะยาและสารกระตุ้นอื่นๆ ปาร์ตี้เป็นการสังสรรค์ที่แม่ใครก็ไม่ปลื้ม

ยาที่ใช้เวลาปาร์ตี้/เที่ยวกลางคืนส่วนใหญ่ช่วยเพิ่มความกล้า เพิ่มความรู้สึกสนุกและการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ขณะเดียวกันยาบางตัวช่วยลดความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกสบายตัว และมักใช้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ (ที่มักลากยาวหลายชั่วโมง) การใช้ยาเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเขื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต:

TestBKK มีข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้/เที่ยวกลางคืนหรือไฮ-ฟัน:

1. ระลึกอยู่เสมอว่าการใช้ยามีความผิดและอาจถูกดำเนินคดีได้ การตัดสินใจใช้ยาต้องคำนึกถึงผลกระทบให้รอบด้าน รวมถึงตัวคุณเองและคนในครอบครัวหากคุณถูกดำเนินคดี

2. ใช้ยากับเพื่อน/คนที่ไว้ใจเท่านั้น การใช้ยากับคนที่ไม่รู้จักเป็นเรื่องไม่ปลอดภัย หากคุณมีแฟน/คู่รัก การใช้ยาขณะมีเพศสัมพันธ์ควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันเพื่อหาข้อตกลงว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ระหว่างมีเซ็ก ต้องทำตอนสติสัมปชัญญะครบถ้วนทั้งสองคน

3. อย่าใช้ยาบ่อยเกินไป เพื่อป้องกันอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และภาวะพึ่งพิงยา ลองกลับไปมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มียาเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เริ่มออกเดท หรือทำกิจกรรมสันทนาการอื่นๆที่ไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง

4. อย่าใช้ยาติดต่อกันโดยไม่ได้พักผ่อน หากเล่นยาวโดยไม่ได้พักผ่อน เมื่อเข้าวันที่สองมักเริ่มมีอาการหวาดระแวง ประสาทหลอน และอาจร้ายแรงจนถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง หากรู้สึกไม่ไหวควรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

5. ห้ามใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง

6. ห้ามให้คนอื่นฉีดยาให้ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องการฉีดยาที่ถูกต้องและปลอดภัย หากไม่รู้วิธีการฉีดยาที่ถูกต้องและปลอดภัย ควรเริ่มหาข้อมูลจากคนที่รู้จักและไว้ใจ หรือหาข้อมูลจากเวบไซท์

7. ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงตรวจเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซี เพราะความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเหล่านี้เพิ่มขึ้นจากการไฮ-ฟัน หากคุณมีผลเลือดเป็นลบแต่เพิ่งไฮมาเมื่อ 72 ชั่วโมงที่แล้วและคิดว่าตัวเองเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี สามารถขอข้อมูลยาเป๊ปจากคลินิกที่ร่วมกับ TestBKK เพื่อขอรับยาเป๊ปโดยเร็วภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากสัมผัสเชื้อ

8. กินยาเพร็พเพื่อช่วยเสริมการป้องกัน ยาเพร็พเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการป้องกันเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ โดยการให้ผู้ที่มีผลเลือดลบกินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการติดเชื้อเอชไอวีเมื่อมีการสัมผัสเชื้อ หากกินยาเพร็พอย่างเคร่งครัดตรงเวลาและกินอย่างต่อเนื่องจะสามารถลดการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 92% ถ้าคุณชอบไฮ ยาเพร็พเป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกันหากคุณไฮจนลืมใส่ถุงยาง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาเพร็พ ที่นี่

9. ใช้เวลาตอนเย็น/วันหยุด/วันว่าง ทำกิจกรรมใหม่ๆ คุณอาจพบความสุขแบบใหม่โดยไม่ต้องใช้ยาก็ได้ มี กีฬาแปลกใหม่และกิจกรรมสันทนาการในกรุงเทพฯ ที่เราอยากให้คุณและเพื่อนๆได้ลอง

หากคุณต้องการเลิกยาและต้องการข้อมูลรวมถึงความช่วยเหลือด้านอื่นๆ สามารถติดต่อกลุ่ม/องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกยาได้ ที่นี่